อยากมีปากชมพู ทำยังไงดีคะ?

สำหรับคนที่มีผิวสวยใสก็ย่อมอยากให้ทุกส่วนบนใบหน้าของตัวเองดูดี  โดยเฉพาะถ้ามีริมฝีปากสวยอมชมพูด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้น่าดูน่ามองมากยิ่งขึ้น  แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ถ้าริมฝีปากของเรากลับกลายเป็นสีดำคล้ำไม่สวยสมอย่างที่หวัง

รู้หรือไม่ว่าเพราะอะไรเรียวปากสวยอมชมพูของเราถึงดำคล้ำได้?

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ปากสวยๆ ของเราต้องกลายเป็นสีดำคล้ำได้  ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  1. ลักษณะทางกรรมพันธุ์
    ปกติแล้วสีของริมฝีปากจะขึ้นอยู่กับลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่  เช่น  คนที่ผิวคล้ำก็จะมีริมฝีปากสีคล้ำกว่าคนที่มีผิวขาว  โดยสีของริมฝีปากนั้นจะก็จะมีตั้งแต่สีแดง  สีออกชมพู  ไปจนถึงสีคล้ำ  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะสีผิวของแต่ละคน
  2. การสัมผัสกับสิ่งต่างๆ
    เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ริมฝีปากของเราต้องสัมผัสกับสิ่งต่างๆ  มากมาย  เช่น  แสงแดด  อาหาร  เครื่องดื่ม  ยาสีฟัน  น้ำยาบ้วนปาก  เครื่องสำอาง  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำได้โดยเฉพาะสาวๆ ที่รักในการทาปากด้วยลิปสติกแล้ว  หากเลือกลิปสติกที่ไม่ได้คุณภาพ  หรือลิปสติกที่มีสารที่ตัวเองอาจมีอาการแพ้  เช่น  สารให้กลิ่น  สี  หรือน้ำหอมที่ผสมอยู่ลิปสติก  ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้และส่งผลให้ริมฝีปากที่สวยใสกลายเป็นดำคล้ำได้เช่นกัน
  3. แสงแดด
    การสัมผัสกับแสงแดดนอกจากจะทำให้ผิวกายของเราหมองคล้ำแล้ว  ยังส่งผลให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำได้เช่นเดียวกัน  เพราะเซลล์ผิวหนังบริเวณริมฝีปากจะสร้างเม็ดสีเมลานินที่มีสีเข้มขึ้นมาบนชั้นผิวหนังเพื่อปกป้องอันตรายจากแสงแดดให้กับเซลล์ผิวนั่นเอง
  4. อาการแพ้ยา
    ยาบางชนิดมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการแพ้  และทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำได้  เช่น  ยาที่ใช้รักษาอาการของโรคเบาหวานหรือโรคภูมิแพ้  ยารักษาอาการจากเชื้อรา  สาเหตุของริมฝีปากดำคล้ำที่มาจากการใช้ยาจึงต้องปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข
  5. ผลกระทบจากโรคต่างๆ
    สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยจากโรคต่างๆ  ที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต  เช่น  โรคโลหิตจาง  ซึ่งจะทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายไม่เต็มที่  ซึ่งรวมถึงบริเวณริมฝีปากด้วย  และจะส่งผลให้ริมฝีปากซีดเซียวไม่น่ามอง ในกรณีเดียวกัน  สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจซึ่งทำให้เลือดมีสีเข้ม  เลือดที่ส่งผ่านไหลเวียนไปที่ริมฝีปากก็จะทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำกว่าปกติเช่นเดียวกัน
  6. การรับประทานอาหารบางชนิด
    อาหารบางชนิดมีสารที่เรียกว่า โซราเลน (Soralen) เช่น  ขิง  กระเทียม  สับปะรด  มะขาม  มะม่วง  ซึ่งสารโซราเลนนี้หากตกค้างอยู่บริเวณริมฝีปากและทำปฏิกิริยากับรังสี UV ในแสงแดดแล้ว  จะทำให้ริมฝีปากของเราเกิดการอักเสบและเป็นแผลแตก  และสารโซราเลนยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มีสีเข้มขึ้นมาที่ริมฝีปาก  ทำให้ริมฝีปากมีสีที่คล้ำขึ้น
  7. การประพฤติตัว
    พฤติกรรมส่วนตัวของเราหลายอย่างก็มีส่วนกระตุ้นให้ริมฝีปากดำคล้ำได้เช่นกัน  เช่น คนที่ชอบเลียริมฝีปากบ่อยๆ  เพราะเชื่อว่าจะทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้นนั้น  ความจริงแล้วน้ำลายที่เคลือบริมฝีปากของเรานั้นจะเป็นเสมือนเลนส์ที่ขยายแสงแดดให้มากระทบกับริมฝีปากได้มากกว่าเดิม  และน้ำลายยังไปดูดความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่อยู่ในริมฝีปากอีกด้วย  การเลียริมฝีปากจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากดำคล้ำ คนที่ชอบสูบบุหรี่เป็นประจำก็จะมีริมฝีปากที่ดำคล้ำกว่าคนทั่วไป  เพราะในบุหรี่จะมีสารนิโคตินที่ทำให้เกิดคราบบนริมฝีปาก  อีกทั้งนิโคตินยังทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกายลดลง  ซึ่งธาตุเหล็กเป็นสารประกอบสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบินที่ทำให้เลือดมีสีแดง  ทำให้เม็ดเลือดแดงมีความผิดปกติและริมฝีปากมีสีดำคล้ำได้

แก้ปากดำด้วยหลากหลายวิธี

สำหรับหลายคนที่มีปัญหาริมฝีปากดำคล้ำ  ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีที่จะแก้ไขให้ปากกลับมาอมชมพูได้  ตามแต่ความต้องการของแต่ละคน  ซึ่งจะยกตัวอย่างวิธีแก้ไขปัญหาริมฝีปากดำคล้ำได้  ดังนี้

  1. สครับริมฝีปาก
    เป็นการนำสิ่งต่างๆ มาขัดผิวบริเวณริมฝีปากเพื่อกระตุ้นการผลัดเซล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก  เผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าแทน  ซึ่งปัจจุบันมีหลายสูตรที่นิยมนำมาใช้ในการขัดผิวบริเวณริมฝีปาก ตัวอย่างเช่น  น้ำตาลทราย + น้ำมันมะพร้าว  ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาถูเบาๆ ที่ริมฝีปากสักครู่  แล้วล้างน้ำสะอาด  ซับปากให้แห้ง  จากนั้นจึงทาด้วยลิปมันเพื่อป้องกันปากแห้งแตก หรือช่วงที่แปรงฟันในตอนเช้าหรือก่อนนอนนั้น  ก็อาจแปรงบริเวณริมฝีปากไปด้วยประมาณ 1-2 นาที  ก็ถือเป็นการสครับริมฝีปากได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน อย่างไรก็ตาม  การสครับริมฝีปากไม่ควรทำบ่อยเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง  เพราะริมฝีปากอาจเป็นแผลถลอก  และสูญเสียความชุ่มชื่นตามธรรมชาติไป
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทาปากเพื่อปกปิด
    ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์ทาปากมากมายที่สามารถปกปิดริมฝีปากดำคล้ำได้ ตัวอย่างเช่น
    ลิปสติก  เป็นสิ่งแรกที่สาวๆ มักจะใช้ทาเพื่อปกปิดรอยดำคล้ำบนริมฝีปาก  ซึ่งควรเลือกลิปสติกที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Whitening เพื่อให้ริมฝีปากสวยใสขึ้น  แต่ควรหลีกเลี่ยงลิปสติกที่มีความันวาว  เพราะจะยิ่งดูดกลืนแสงแดด   อาจทำให้ริมฝีปากหมองคล้ำยิ่งขึ้น
    ทินท์ทาปาก (Tint) ช่วยให้ริมฝีปากดูมีเลือดฝาด  แดงระเรื่อ  ปกปิดรอยดำคล้ำได้ดี
    ดินสอเขียนขอบปาก  ให้สีดูเป็นธรรมชาติ  สำหรับปกปิดรอยหมองคล้ำบริเวณขอบปาก
    ลิปมัน  ลิปบาล์ม  ลิปแคร์  และสีผึ้งทาปาก  ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่น  ป้องกันริมฝีปากแห้งแตกหรือลอกเป็นขุย
  3. การสักริมฝีปาก
    เป็นวิธีปกปิดรอยดำคล้ำที่ริมฝีปากด้วยการสักสีต่างๆ ลงไป ซึ่งเราสามารถเลือกสีที่เราต้องการได้  การสักริมฝีปากนั้นในช่วงแรกอาจจะได้สีที่ต้องการ  เพราะต้องให้สีที่สักและเซลล์ผิวหนังปรับสภาพเข้ากันได้ก่อน ทั้งนี้ในการสักริมฝีปากนั้นจำเป็นต้องเลือกสถานให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ  เพราะการสักที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดการติดเชื้อของหลายโรคได้    และราคาในการสักนั้นจะใกล้เคียงหรือสูงกว่าการทำเลเซอร์อีกด้วย  ดังนั้นจึงต้องพิจารณารายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจเดินเข้าร้านสักให้ดีเสมอ

4. ทำเลเซอร์
การทำเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีเมลานินที่มีสีเข้มบริเวณริมฝีปาก ทำให้ความหมองคล้ำบริเวณริมฝีปากลดลง  ริมฝีปากมีสีอมชมพูขึ้น การทำเลเซอร์นั้นจะมีความร้อนอยู่บ้าง  แต่จะไม่เป็นอันตรายกับริมฝีปากของเรา  เพราะต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น  และก่อนทำจะต้องมีการตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเราก่อน  จึงมั่นใจได้ว่าการทำเลเซอร์ที่ริมฝีปากนั้นมีความปลอดภัยแน่นอน  ซึ่งจำนวนครั้งที่จะทำเลเซอร์นั้นก็ขึ้นอยู่กับความเข้มของสีผิวที่ริมฝีปาก  ทั้งนี้ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ที่จะเป็นผู้ทำเลเซอร์ให้นั่นเอง

ตัวอย่างข้างต้นเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาริมฝีปากดำคล้ำ  ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสนใจอยากจะทำแบบไหนตั้งแต่ง่ายๆ  ไปจนถึงวิธีที่ซับซ้อนขึ้น  สำหรับคนที่ยังมีปากสวยอมชมพูอยู่แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะส่งผลให้ริมฝีปากดำคล้ำได้  เช่น  การเลียริมฝีปากบ่อยๆ การสูบบุหรี่  การตากแดดบ่อยๆ

และนอกจากนี้ก็ควรปฏิบัติตัวเพื่อช่วยให้ริมฝีปากของเรารักษาความอวบอิ่ม  อมชมพูดูเป็นธรรมชาติได้ตลอด  ทั้งการดื่มน้ำมากๆ  เพื่อบำรุงผิวพรรณให้อวบอิ่ม  ทาลิปสติกที่มีสารป้องกันแสงแดด  ทาลิปมันก่อนนอนหรือจะติดตัวไปตลอดเพื่อให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ  และหากสงสัยว่ามีอาการแพ้เนื่องจากการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ควรหยุดเสีย

เพียงแค่นี้…ริมฝีปากของเราก็จะคงความสวย  อมชมพูได้ตลอดแล้วล่ะค่ะ

สามารถรับบริการ  Pink Lip Laser เลเซอร์ปากชมพู ได้ที่นิติพลคลินิก ทุกสาขา



เกี่ยวกับเรา

นิติพล คลินิก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดย นายแพทย์ นิติพล ชัยสกุลชัย เพื่อมุ่งสนองความต้องการของผู้บริโภคในด้านความสวยงาม โดยเป็นสถาบันดูแลความงามครบวงจร (Aesthetic Beauty clinic) ที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย เป็นสถาบันความงามที่ผสานศาสตร์ ศิลป์ทางการแพทย์ และหัวใจแห่งการบริการ เพื่อเป้าหมายของการเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้า

นิติพล คลินิก ได้ขยายสาขาสู่ประเทศพม่า โดยก่อตั้งขึ้นในกรุงย่างกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2555 และที่ประเทศลาว ที่นครเวียงจันทน์ ในปีเดียวกัน โดยเราได้ส่งแพทย์และทีมงานคนไทยไปให้บริการในระยะแรกเริ่ม และจนถึงปัจจุบันในบางสาขา เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ และหัวใจสำคัญของงานบริการ 'ปรัชญาแห่งนิติพล' ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ปัจจุบัน นิติพลคลินิกมีสาขาในพม่า 2 สาขา และ ในลาว 1 สาขา

สาขาในประเทศไทย